มองให้ “เห็น”

…ลองนึกถึงภาพพระอาทิตย์ที่เพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้าในเช้าที่มีเมฆบางเบา  เรามองเห็นลำแสงของลูกไฟดวงโตที่ส่องผ่านหมู่เมฆ บ้างสะท้อนเป็นเหลื่อมสีหลายเฉด…

C o n t e m p l a t i v e    P h o t o g r a p h y : I I I

เราจะใช้ความคิดมาอธิบายสิ่งที่อยู่นอกเหนือความคิดได้อย่างไร

เมื่อการรับรู้อย่างเต็มเปี่ยมอยู่ในปัจจุบันขณะนั้น ไม่ได้ใช้ความคิด จึงยากที่จะอธิบายให้ผู้คนเข้าใจด้วยความคิดได้ สิ่งที่พอทำได้คือช่วยหาวิธีที่จะสร้างประสบการณ์ให้แต่ละคนได้สัมผัสด้วยตัวเอง ผ่านแบบฝึกหัดต่างๆ เช่น การทำ Human Camera – ปิดและเปิดตาเพื่อให้ตัดความคิดออกไป และเริ่มมองใหม่ด้วยความสดใหม่

..ลองนึกถึงภาพพระอาทิตย์ที่เพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้าในเช้าที่มีเมฆบางเบา  เรามองเห็นลำแสงของลูกไฟดวงโตที่ส่องผ่านหมู่เมฆ บ้างสะท้อนเป็นเหลื่อมสีหลายเฉด  …ชั่วขณะแรกที่เราได้มองเห็น ความงามของมันอาจสะกดสายตาเรา  ในวินาทีนั้น ไม่มีคำบรรยายใดๆ ในใจเรา ไม่มีความสงสัย ไม่มีคำถามว่าใช่หรือไม่ ในวินาทีแรกนั้น  ไม่มีแม้แต่คำว่า ‘สวย’  มันชัดเจนและสดใหม่  ..นั่นคือชั่วขณะของการรับรู้อย่างเต็มที่ ช่วงเวลาที่สมองปราศจากความคิด และเป็นช่วงเวลาที่เราทุกคนก็ต่างมีความสามารถที่จะสัมผัสกับมันได้

การเรียนรู้ของ Contemplative Photography จึงเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นก่อนจะถ่ายภาพ นั่นก็คือ การมองเห็น  ผลพลอยได้ของมันคือการได้เห็นตัวเองไปด้วย ..เห็นรูปแบบการคิดของตัวเรา เห็นรูปแบบความคิดของเพื่อนๆ ร่วมเรียนรู้ ซึ่งแตกต่างกันไปตามประสบการณ์ชีวิตของแต่ละคน  เราอาจเริ่มเห็นว่ารูปแบบการคิดบางอย่างที่เกิดขึ้นในขณะถ่ายภาพ ก็เป็นรูปแบบการคิดเดียวกับที่เราใช้เสมอๆ ในชีวิต เช่น ความกลัว การเปรียบเทียบ การวิพากษ์วิจารณ์ตัวเอง ฯ

ความคิดนั้นเหมือนหมอกเมฆที่ปิดบังดวงอาทิตย์เอาไว้  เมื่อไหร่ที่เราเท่าทันมัน เมื่อไหร่ที่เราสามารถรับรู้อยู่ในปัจจุบันขณะได้บ่อยขึ้น หมอกเมฆเหล่านั้นจะค่อยๆ เลือนหายไป  เหลือเพียงดวงอาทิตย์ที่กระจ่างชัดและให้พลังงานมหาศาลกับเรา

ต.ค. 61
(เผยแพร่ในเว็บ artforselfawareness.com)