เมื่อเรายอมรับในความธรรมดาของตัวเรา เราจึงเข้าใจความธรรมดาของผู้อื่น เมื่อเราเลิกเปรียบเทียบ เราจึงเลิกตัดสิน
ฉันเข้าใจว่า “รักแท้” นั้น มีจุดเริ่มต้นจากตัวเรานี่เอง เมื่อเรายอมเปิดรับกับทุกด้านในตัวเรา โดยเฉพาะด้านมืดที่ถูกซุกซ่อนอยู่ภายใน ..อาจเป็นความเกลียดชัง ความอิจฉาริษยา ความโกรธที่ถูกอำพราง หรือความหวาดหวั่นไม่มั่นใจ …ทุกสิ่งที่เรามักใช้เหตุผลดีๆ ประคองมันไว้ ทุกสิ่งที่เราคอยหลบหนีเมื่อมันปรากฏขึ้นมา ทุกความรู้สึกผิด ทุกความขัดแย้งภายในใจ
ลองเผชิญกับด้านมืดเหล่านี้และโอบอุ้มมันไว้ด้วยความรัก การไม่อาจยอมรับมันนั้นสร้างความขัดแย้งและทุกข์ในใจ ความทุกข์เหล่านั้นจะปิดบังการรับรู้อันบริสุทธิ์
…นั่นคือการรับรู้ถึงความรักจากทั้งจากภายในและที่อยู่แวดล้อมตัวเรา
…เมื่อเราเริ่มตัดสินผู้อื่นด้วยความเกลียดชัง เริ่มขัดแย้งสับสนข้างในใจ รู้สึกผิดกับตัวเองอยู่เสมอ เริ่มกลัวการอยู่คนเดียว หรือต้องการจะหนีจากความรู้สึกบางอย่างภายใน ขอให้ตระหนักถึงความรักที่มีอยู่แล้วในตัวเราเอง เมล็ดพันธุ์แห่งความรักที่รอคอยให้เราค้นเจอ เพื่อจะเติมเต็มหัวใจเราจากภายใน และพร้อมจะเติบโตแผ่กิ่งใบไปสู่โลกรอบตัว
เราทุกคนมีความสามารถอันพิเศษที่จะรักตัวเอง ความรักเช่นนี้จะเปิดใจเราให้กว้างขวาง พร้อมยอมรับกับทุกสิ่งที่จะผ่านเข้ามาด้วยความมั่นคง และสัมผัสถึงอิสรภาพในใจ …ด้วยคุณภาพใจเช่นนี้ เราจึงสามารถแผ่ขยายความรักไปสู่ผู้อื่น และสามารถที่จะรักผู้อื่นได้อย่างแท้จริง เมื่อเรายอมรับในความธรรมดาของตัวเรา เราจึงเข้าใจความธรรมดาของผู้อื่น เมื่อเราเลิกเปรียบเทียบ เราจึงเลิกตัดสิน
การเรียนรู้นั้นมาพร้อมกับความรัก เราดูแลรักษาความรักด้วยการเรียนรู้ที่จะเปิดรับกันและกัน เรียนรู้ที่จะให้อภัยทั้งตัวเองและผู้อื่น เรียนรู้ที่จะเดินไปด้วยกัน แม้ก้าวอาจไม่เท่ากัน …มองเห็นตัวเขาในตัวเรา และเห็นตัวเราในตัวเขาดั่งกระจกที่สะท้อนกันและกัน
…ความรักแท้นั้นจึงมึอยู่จริง เมื่อเราตระหนักรู้ถึงอิสระภายใน ด้วยการวางใจและยอมรับกับทุกสิ่ง และเข้าใจถึงความธรรมดาของมัน …ความธรรมดาอันเป็นธรรมชาติ
with love,
14 ก.พ. 60

